ตารางการตัดสินใจ คือ ตารางที่แสดงผลลัพท์จากการพิจารณา ทางเลือก (แทนด้วย A) และเหตุการณ์ (แทนด้วย E)
ตัวอย่างตารางที่ประกอบด้วย 5 กลยุทธ์ และ 5 เหตุการณ์
| กลยุทธ์ | E1 | E2 | E3 | E4 | E5 |
| A1 | |||||
| A2 | |||||
| A3 | |||||
| A4 | |||||
| A5 |
เป็นตารางที่สนใจตัวเลขที่เป็นกำไร รวมถึงกำไรที่สามารถติดลบได้
ร้านพี่ชัยขายไก่ทอด กำลังตัดสินใจว่าจะทอดไก่วันละ 20, 30, 40, 50 หรือ 60 ชิ้น โดยไก่ดิบมีต้นทุนชิ้นละ 5 บาท และเมื่อทอดแล้วพี่ชัยขายจะขายชิ้นละ 10 บาท แต่การขายไก่จะขายวันต่อวัน หากไก่ทอดเหลือจากการขาย พี่ชัยต้องเก็บไว้กินเอง ไม่สามารถนำไปขายได้
จากโจทย์ตัวอย่างที่ 1 เราสามารถคำนวนอย่างคร่าวๆได้ว่า หักต้นทุนแล้วพี่ชัยได้ กำไร 5 บาท ต่อไก่หนึ่งชิ้น และถ้าไก่เหลือพี่ชัยจะต้องเสียไก่มูลค่าเท่า ต้นทุนที่ซื้อมา คือ 5 บาทต่อชิ้น
กำไร = (ราคาที่ขาย * จำนวนที่ขายได้) - (ต้นทุน * จำนวนที่เหลือ)
| กลยุทธ์ | ขายได้ 20 ชิ้น | ขายได้ 30 ชิ้น | ขายได้ 40 ชิ้น | ขายได้ 50 ชั้น | ขายได้ 60 ชิ้น |
| ทอด 20 ชิ้น | 100 (20 * 5) | 100 | 100 | 100 | 100 |
| ทอด 30 ชิ้น | 50 (20 * 5 - 10 * 5) | 150 (30 * 5) | 150 | 150 | 150 |
| ทอด 40 ชิ้น | 0 (20 * 5 - 20 * 5) | 100 (30 * 5 - 10 * 5) | 200 (40 * 5) | 200 | 200 |
| ทอด 50 ชิ้น | -50 (20 * 5 - 30 * 5) | 50 (30 * 5 - 20 * 5) | 150 (40 * 5 - 10 * 5) | 250 (50 * 5) | 250 |
| ทอด 60 ชิ้น | -100 (20 * 5 - 40 * 5) | 0 (30 * 5 - 30 * 5) | 100 (40 * 5 - 20 * 5) | 200 (50 * 5 - 10 * 5) | 300 (60 * 5) |
เป็นตารางที่สนใจผลลัพท์การ ขาดทุน และการสูญเสียโอกาส (ตารางนี้จะไม่มีข้อมูลติดลบ)
| กลยุทธ์ | ขายได้ 20 ชิ้น | ขายได้ 30 ชิ้น | ขายได้ 40 ชิ้น | ขายได้ 50 ชั้น | ขายได้ 60 ชิ้น |
| ทอด 20 ชิ้น | 0 | 50 (10 * 5) | 100 (20 * 5) | 150 (30 * 5) | 200 (40 * 5) |
| ทอด 30 ชิ้น | 50 (10 * 5) | 0 | 50 (10 * 5) | 100 (20 * 5) | 150 (30 * 5) |
| ทอด 40 ชิ้น | 100 (20 * 5) | 50 (10 * 5) | 0 | 50 (10 * 5) | 100 (20 * 5) |
| ทอด 50 ชิ้น | 150 (30 * 5) | 100 (20 * 5) | 50 (10 * 5) | 0 | 50 (10 * 5) |
| ทอด 60 ชิ้น | 200 (40 * 5) | 150 (30 * 5) | 100 (20 * 5) | 50 (10 * 5) | 0 |
หากพี่ชัยต้องการหากลยุทธ์ที่ ได้กำไรมากที่สุด พี่ชัยต้อง หาเกณฑ์เพิ่มค่ามากที่สุด (maximax) จากตารางกำไร ตัวอย่างดังนี้
| กลยุทธ์ | ขายได้ 20 ชิ้น | ขายได้ 30 ชิ้น | ขายได้ 40 ชิ้น | ขายได้ 50 ชั้น | ขายได้ 60 ชิ้น | Maximin | Maximax |
| ทอด 20 ชิ้น | 100 | 100 | 100 | 100 | 100 | 100 | 100 |
| ทอด 30 ชิ้น | 50 | 150 | 150 | 150 | 150 | 50 | 150 |
| ทอด 40 ชิ้น | 0 | 100 | 200 | 200 | 200 | 0 | 200 |
| ทอด 50 ชิ้น | -50 | 50 | 150 | 250 | 250 | -50 | 250 |
| ทอด 60 ชิ้น | -100 | 0 | 100 | 200 | 300 | -100 | 300 |
เกณฑ์เพิ่มค่ามากที่สุด (maximax) จากตารางกำไร คือ 300 ดังนั้นหากทอดไก่ 60 ชิ้น แล้วขายหมดพี่ชัยจะได้กำไรมากที่สุด
เกณฑ์เพิ่มค่าน้อยที่ที่สุด (maximin) จากตารางกำไร คือ 100 ดังนั้นการทอดไก่ 20 ชิ้น มีเกณฑ์ขาดทุนน้อยที่สุด
เป็นการตัดสินใจที่ผู้ตัดสินใจทราบเหตุการณ์ทั้งหมดที่จะเกิดขึ้น และความน่าจะเป็น (Probability) ของแต่ละเหตุการณ์
p(E) = n(E) / n(S)
โดยที่ n(E) แทนจำนวนเหตุการณ์ที่ต้องการหา และ n(S) คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด
เช่น เหตุการณ์ 20,30,40 รวมกันก็คือ 90
n(S) = 90
ความน่าจะเป็นของ 20 ก็จะนำ 20 / 90 = 0.22
ความน่าจะเป็นของ 30 ก็จะนำ 30 / 90 = 0.33
ความน่าจะเป็นของ 40 ก็จะนำ 40 / 90 = 0.44
เมื่อนำ 0.22 + 0.33 + 0.44 มาบวกกัน ต้องไม่มากกว่า 1
1) เกณฑ์ค่าคาดหมายทางการเงิน (Expected Monetary Value หรือ EMV) มีวิธีคิดคือ
EMV(Ai) = (x1 * p(x1)) + ... + (xn * p(xn))
เป็นสูตรที่ใช้กับตารางกำไร โดย EMV(Ai) คือค่าคาดหมายของกลยุทธ์ Ai ซึ่ง i แทนลำดับของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใน กลยุทธ์ Ai และ p(xn) แทนความน่าจะเป็นที่จะเกิดเหตุการณ์ Ai (ค่าจะอยู่ระหว่าง 0-1) กลยุทธ์ Ai โดยจะเลือกเอา EVM(Ai) ที่ได้ค่าคาดหมายสูงที่สุดเป็นผลลัพท์
2) เกณฑ์ค่าเสียโอกาสคาดหมาย (Expected Opportunity - Loss Value หรือ EOL) มีวิธีคิดคือ
EOL(Ai) = (x1 * p(x1)) + ... + (xn * p(xn))
จะเป็นสูตรเดียวกันกับ EMV แต่สูตรนี้จะใช้กับตารางเสียโอกาส และจะเลือกผลลัพท์ที่ต่ำที่สุด เรียกว่า ค่าเสียโอกาสคาดหมายที่ต่ำที่สุด
บริษัทผลิตชีสมีต้นทุนการผลิตชีสก้อนละ 250 บาท โดยขายที่ราคา 349 บาท ต่อก้อน หากขายไม่หมดต่อวัน ไม่สามารถนำมาขายใหม่ได้ แต่ผู้ผลิตไม่แน่ใจว่าจะผลิตวันละกี่ก้อน แต่จากการบันทึกยอดขายที่ผ่านมา มีความน่าจะเป็นดังนี้
| จำนวนที่ขายได้ | ความน่าจะเป็น |
| 20 | 0.4 |
| 30 | 0.2 |
| 40 | 0.25 |
| 50 | 0.15 |
ผู้ผลิตควรผลิตกี่ก้อนต่อวัน เมื่อใช้เกณฑ์ EMV และ EOL
จากโจทย์ผู้ผลิตชีสจะได้ กำไร 99 บาท ต่อ ก้อน โดย มี ต้นทุน 250 บาท ต่อ ก้อน
| กลยุทธ์ | ขายได้ 20 ก้อน (0.4) | ขายได้ 30 ก้อน (0.2) | ขายได้ 40 ก้อน (0.25) | ขายได้ 50 ก้อน (0.15) |
| ผลิต 20 ก้อน | 1980 (20 * 99) | 1980 | 1980 | 1980 |
| ผลิต 30 ก้อน | -520 (20 * 99 - 250 * 10) | 2970 (30 * 99) | 2970 | 2970 |
| ผลิต 40 ก้อน | -3020 (20 * 99 - 250 * 20) | 470 (30 * 99 - 250 * 10) | 3960 (40 * 99) | 3960 |
| ผลิต 50 ก้อน | -5520 (20 * 99 - 250 * 30) | -2030 (30 * 99 - 250 * 20) | 1460 (40 * 99 - 250 * 10) | 4950 (50 * 99) |
EMV(20) = (1980 * 0.4) + (1980 * 0.2) + (1980 * 0.25) + (1980 * 0.15) = 1980
EMV(30) = (-520 * 0.4) + (2970 * 0.2) + (2970 * 0.25) + (2970 * 0.15) = 1574
EMV(40) = (-3050 * 0.4) + (470 * 0.2) + (3960 * 0.25) + (2960 * 0.15) = 308
EMV(50) = (-5520 * 0.4) + (-2030 * 0.2) + (1460 * 0.25) + (4950 * 0.15) = -1506.5
หากใช้เกณฑ์ค่าคาดหมายทางการเงิน (EMV) ในการตัดสินใจ ผู้ผลิตชีสควรจะผลิตวันละ 20 ก้อน
| กลยุทธ์ | ขายได้ 20 ก้อน (0.4) | ขายได้ 30 ก้อน (0.2) | ขายได้ 40 ก้อน (0.25) | ขายได้ 50 ก้อน (0.15) |
| ผลิต 20 ก้อน | 0 | 990 (99 * 10) | 1980 (99 * 20) | 2970 (99 * 30) |
| ผลิต 30 ก้อน | 2500 (250 * 10) | 0 | 990 (99 * 10) | 1980 (99 * 20) |
| ผลิต 40 ก้อน | 5000 (250 * 20) | 2500 (250 * 10) | 0 | 990 (99 * 10) |
| ผลิต 50 ก้อน | 7500 (250 * 30) | 5000 (250 * 20) | 2500 (250 * 10) | 0 |
EOL(20) = (990 * 0.2) + (1980 * 0.25) + (2970 * 0.15) = 1138.5
EOL(30) = (2500 * 0.4) + (990 * 0.25) + (1980 * 0.15) = 1544.5
EOL(40) = (5000 * 0.4) + (2500 * 0.2) + (990 * 0.15) = 2648.5
EOL(50) = (7500 * 0.4) + (5000 * 0.2) + (2500 * 0.25) = 4625
หากใช้เกณฑ์ค่าเสียโอกาสคาดหมาย (EOL) ในการตัดสินใจ ผู้ผลิตชีสควรจะผลิตวันละ 20 ก้อน
