หากใครเป็นคนที่ใช้ Linux จะทราบว่าเวลาเราต้องการจะดาวน์โหลด Software และ Package ต่างๆ เราล้วนจะติดตั้งผ่าน Package Manager เช่นการติดตั้งผ่านคำสั่ง apt ของระบบปฏิบัติการ Ubuntu แต่เมื่อเปลี่ยนมาใช้ macOS จะพบว่าบน macOS จะไม่มี Package Manager ติดมากับ macOS ด้วย จึงทำให้มี Open-Source Software อย่าง Homebrew ซึ่งเป็น Package Manager ที่นักพัฒนาที่ใช้ macOS ส่วนใหญ่ใช้กัน ในการดาวน์โหลด Packages ต่างๆ
นอกเหนือจาก Homebrew ยังมี Package Manager ที่ผู้ใช้ macOS ใช้งานมากรองลงมาก็คือ MacPorts และ Fink
สำหรับการติดตั้ง Homebrew ขั้นตอนแรกให้เปิด Terminal แล้วใส่คำสั่งดังนี้
/bin/bash -c "$(curl -fsSL https://raw.githubusercontent.com/Homebrew/install/HEAD/install.sh)"
เมื่อติดตั้งเสร็จแล้ว สามารถใช้งาน Homebrew ได้เลย
brew install ตามด้วยชื่อ package เพื่อดาวน์โหลด เช่น brew install nmap
brew uninstall ตามด้วยชื่อ package เพื่อลบ Package ออกจากคอมพิวเตอร์ เช่น brew uninstall nmap
brew update เพื่ออัพเดทรายการเวอร์ชั่นใหม่ของ packages ต่างๆ
brew upgrade เพื่อเริ่มอัพเดท packages ต่างๆ สามารถอัพเดทเป็นบางอันได้ โดยใช้ชื่อ package หลัง คำสั่ง brew upgrade
brew search ตามด้วยตัวอักษร เพื่อค้นหารายการ package ตาม keyword
brew config แสดงข้อมูลตั้งค่าของ brew
brew doctor เพื่อตรวจสอบปัญหาของ brew บนคอมพิวเตอร์
brew list เพื่อแสดงรายการ packages และ softwares (casks) ที่ติดตั้งแล้วทั้งหมด
ส่วนมากการใช้คำสั่ง brew upgrade บน macOS เวอร์ชั่นเก่า เช่น macOS Catalina (10.15) จะใช้วิธีการ make install ซึ่งทำได้ช้ากว่า อาจใช้เวลานานถึงหลายชั่วโมงใน macbook รุ่นเก่า เราสามารถดูรายละเอียดของคำสั่งที่ทำงานในระหว่างอัพเดทได้โดยใช้คำสั่ง brew upgrade -v หรือ brew upgrade -d
อ้างอิง: brew.sh
