เนื่องจากสาร Psilocybin ใน เห็ดวิเศษ (Magic Mushrooms) อาจจะกำลังเข้ามามีบทบาททางการแพทย์ในหลาย ๆ ประเทศ อีกมุมหนึ่งก็สามารถเกิดโทษได้เช่นกัน หากใช้อย่างไม่มีความรู้ความเข้าใจ ก่อนที่จะถูกนำมาศึกษาวิจัย ในทางการแพทย์มักมองว่าสารจากเห็ดชนิดนี้ และสาร DMT อื่น ๆ ไม่มีคุณค่าทางยาใด ๆ แต่ในปัจจุบัน Psilocybin กำลังมีบทบาททางด้านการเยียวยาจิตใจที่มีประสิทธิภาพดี อ้างอิงจาก Effectiveness_of_Psilocybin_on_Depression_A_Qualitative_Study ผมจึงหาข้อมูลจากแหล่งรวมงานวิจัยหลาย ๆ ที่ และออกสำรวจศึกษาลักษณะภูมิประเทศ และวัฏจักรของเห็ดชนิดนี้ เพื่อการศึกษาว่า มีเห็ด Psilocybin ชนิดใดบ้างที่เติบโตในประเทศไทย และในช่วงระยะเวลาไหนของปี เพื่อที่ในอนาคตผู้ที่สนใจศึกษาหัวข้อนี้สามารถนำไปต่อยอดต่อได้
Psilocybin เดิมแล้วไม่มีผลต่อจิตและประสาท แต่หากผ่านกระบวนการ dephosphorylation ในตับจะเปลี่ยนเป็นสาร Psilocin และเข้าสู่ระบบไหลเวียนเลือด (systemic circulation) จากนั้นก็เข้าสู่ ตัวกั้นระหว่างเลือดกับสมอง (blood-brain barrier) และจับกับตัวรับ serotonin 5HT2A receptors ในสมอง ทำให้ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทแบบ Psychedelic สารแบบนี้นี้เรียกว่า "prodrug" คือตัวของมันไม่ได้เป็นสารออกฤทธิ์โดยตรง จำเป็นต้องผ่านกระบวนการต่างๆ
ประเทศไทยขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่มีภูมิประเทศแบบ เขตร้อน (tropical) ในฤดูฝนอาจพบเห็ด ขึ้นอยู่บริเวณที่มี มูลวัว, มูลควาย แห้ง และมูลของสัตว์ที่ใกล้เคียงกัน เช่น ม้า, ช้าง เนื่องจากเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมของเห็ดหลายชนิด ซึ่งอาจเป็นเห็ดคนละชนิดกัน แต่มีสาร Psilocybin เหมือนกัน หรืออาจไม่มีสารดังกล่าวเลย และอาจเป็นพิษอีกด้วย ทั้งที่รูปร่างหน้าตาอาจคล้ายคลึงกัน การจะแยกแยะเห็ดวิเศษออกจากเห็ดชนิดอื่นมีวิธีเฉพาะ เช่น การบีบก้านเห็ด เพื่อดูรอยช้ำ หากเป็นสีน้ำเงิน เป็นไปได้ว่าอาจมีสาร Psilocybin แต่ก็ยังมีเห็ดอื่น ๆ ที่บีบก้านเห็ดแล้ว มีสีน้ำเงินคล้ายกัน ได้แก่
รายชื่อดังกล่าวนี้เป็นเห็ดที่บีบก้านแล้วมีสีน้ำเงิน ซึ่งไม่มีสาร Psilocybin ประกอบอยู่เลย จึงเป็นเหตุให้ การเก็บเห็ด Psilocybin ต้องดูหลาย ๆ ปัจจัยประกอบกัน เช่น สีของหมวกเห็ด ลักษณะของผิวหมวกเห็ด ลักษณะใต้หมวกเห็ด สภาพแวดล้อมในการเติบโตของเห็ดที่พบ
สื่อสิ่งพิมพ์ที่เผยแพร่โดย Mycotaxon เมื่อปี 2012 ที่ชื่อว่า "Psilocybe s.s. in Thailand: four new species and a review of previously recorded species" ได้สำรวจพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย โดยได้รับความร่วมมือจากหลาย ๆ องค์กร รวมไปถึง School of Science มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง พบเห็ดวิเศษชนิดใหม่ จำนวน 4 ชนิด ได้แก่


ศึกษาเพิ่มเติมพบว่า เดิมถูกค้นพบแล้วหลายชนิดเมื่อ 6-7 ปีก่อน หรือนานกว่านั้น ได้แก่
จากข้อมูลคาดเดาได้ว่า ประเทศไทยมีเห็ด Psilocybin หลายประเภทขึ้นอยู่ทั่วไป ในช่วงที่มักจะมีเห็ดประเภทอื่น ๆ ออก คือ ระหว่างเดือน มิถุนายน (June) จนถึง ตุลาคม (October) ที่สำคัญคือ habitat ของเชื้อรา ว่าสามารถเติบโตได้ดีในสารตั้งต้น (substrate) แบบไหน

เห็ดวิเศษชนิดแรกที่ผมพบคือ Panaeolus cyanescens หรือที่เรียกกันว่า Blue Meanies เป็นเห็ดประเภท coprophilous (dung-inhabiting species) เติบโตได้เร็วในมูลวัว แต่ไม่ใช่มูลวัวทุกที่จะมีเห็ดชนิดนี้ Panaeolus cyanescens มีความเข้มข้นของสาร Psilocybin ค่อนข้างสูง ซึ่งเป็นเห็ดคนละกลุ่มกับ เห็ด Cubensis
Laussmann & Sigrid Meier-Giebing (2010) รายงานว่าพบปริมาณ psilocybin ใน Panaeolus cyanescens ที่ 2.5% และ psilocin ที่ 1.194% จาก 25 ตัวอย่าง ที่ถูกศุลกากรเยอรมันยึด
(ขอเลี่ยงใช้คำว่าเห็ดขี้วัว และเห็ดขี้ควาย เนื่องจากมีเห็ดอื่นอีกหลายชนิดที่เติบโตใน ขี้วัว และขี้ควาย ที่อาจทำให้สับสน เช่น panaeolus antillarum ที่รูปร่างคล้ายกัน แต่ไม่มีสาร Psilocybin ควรดูรายละเอียดของเห็ดให้ตรงกันทุกประการห้ามขาดอย่างใดอย่างหนึ่ง)
เห็ดชนิดนี้เติบโตใน เขตร้อนของทวีปเอเชีย (tropical) และ เขตร้อนของทวีปอเมริกา (neotropical) หลังฝนตก 2-3 วัน มักขึ้นอยู่ในมูลวัว ที่มีสปอร์ของเห็ดชนิดดังกล่าวอยู่ และเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมของเห็ด ในการ colonization
หลังจากมีฝนตกในวันที่ 17 ตุลาคม 2021 สองวัน ผู้จัดทำได้ออกสำรวจเห็ดวิเศษบริเวณทุ่งหญ้านอกตัวเมืองแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ที่มักมีคนที่เลี้ยงวัวนำวัวมาผูกไว้ พบเห็ด Panaeolus cyanescens เติบโตอยู่บนกองดิน ที่มีมูลวัวเก่าผสมอยู่ จึงได้เฝ้าติดตามเป็นเวลา 8 วัน ก่อนที่ดอกเห็ดดอกสุดท้ายจะหมดลงในวันที่ 1 พฤศจิกายน



การเก็บเห็ดธรรมชาติ มารับประทาน โดยไม่ดูลักษณะเห็ดอย่างละเอียด อาจอันตรายถึงชีวิต โดยเฉพาะเห็ดป่า รวมถึงอันตรายมลพิษจากดิน
อ้างอิง: researchgate.nets, shroomery.org
